rupaimod

รู้ไปหมด รู้เรื่องรอบตัวทุกเรื่อง

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ กับเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้

ถ้าจะถามว่าผลไม้อะไร ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ราชาของผลไม้ ทั้งหมด ก็คงหนีไม่พ้น ทุเรียนแน่นอน คนไทยเรารู้ดีว่า ทุเรียน นั้น เป็นที่สุดของผลไม้ ความหอมมัน ของมันนั้น ยากที่จะห้ามใจจริงๆ

มีคนไม่น้อยที่ชื่นชอบเจ้าลูกกลมโตมีหนาม หรือที่เรียกกันอย่างชินปากว่า “ทุเรียน” ผลไม้เก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลายคนชื่นชอบในรสชาติและกลิ่นของมัน เห็นทีไรเรียกว่าน้ำลายไหล แต่ก็มีคนอีกมากที่ไม่ชอบในกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ของมัน จริง ๆ แล้วเจ้าทุเรียนมีทั้งคุณและโทษ เพราะในทุเรียนอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร แต่ก็ไม่เหมาะแก่ผู้ที่เป็นโรคความดันหรือเบาหวาน เพราะมันมีค่าของน้ำตาลและไขมันมาก เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวของ “ราชาผลไม้” หรือที่เรารู้จักในนาม “ทุเรียน” ผ่านเรื่องราว 25 ข้อน่ารู้

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ กับเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้

1. คำว่า ทุเรียน (durian) มาจากคำในภาษามาเลย์

คือ คำว่า duri (หนาม) มารวมกับคำต่อท้าย -an (เพื่อสร้างเป็นคำนามในภาษามาเลย์) ทุเรียน (Durio zibethinus) หรือที่ฝรั่งเรียกว่า durian อ่านว่า ดูเรียน เป็นพืชในวงศ์ BOMBACACEAE พืชสกุลนี้ เป็นไม้พื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ D. zibethinus เป็นเพียงชนิดเดียวที่มีการปลูกเลี้ยงในเชิงการค้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และนอกถิ่นกำเนิด ในทุเรียนชนิด zibethinus ได้ชื่อมาจากชะมดอินเดีย (Viverra zibetha) มีความเชื่อแต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่าชื่อนี้ตั้งโดยลินเนียส ซึ่งมาจากชะมดชอบทุเรียนมากจนมีการนำไปเป็นเหยื่อล่อในการดักจับชะมด หรืออาจเป็นเพราะทุเรียนมีกลิ่นคล้ายชะมด

2. ประเทศไทยมีการผลิตทุเรียนมากที่สุด

รองลงมาคืออินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ สำหรับประเทศไทย พื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งประเทศ 770,362 ไร่ มีผลผลิตรวมประมาณ 706,387 ตัน

3. เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ลดไขมันในเลือด

แต่ยังเป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าสาร polysaccharide gel ที่ได้จากเปลือกทุเรียนมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด และเมื่อนำไปผสมในอาหารสัตว์ก็พบว่าสามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันให้กับกุ้งได้ และมีการนำสารดังกล่าวไปพัฒนาเป็นแผ่นฟิล์มปิดแผล ซึ่งพบว่าช่วยสมานแผลและลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี

4. สรรพคุณตามตำรายาไทย

ระบุว่า รากทุเรียน มีรสฝาดขมใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง ใบทุเรียน มีรสขม เย็นเฝื่อน ใช้แก้ไข้ แก้ดีซ่าน ขับพยาธิ และทำให้หนองแห้ง เปลือกทุเรียน มีรสฝาดเฝื่อน ใช้รักษากลากเกลื้อน สมานแผล แก้น้ำเหลืองเสีย พุพอง แก้ฝี ตานซาง เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ใช้แก้จุกเสียดในท้อง ให้ความร้อนกับร่างกาย บำรุงกำลัง แก้โรคผิวหนัง ทำให้ฝีแห้ง และขับพยาธิไส้เดือน

5. ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง

และเป็นแหล่งไขมันสดที่ดีในอาหารไม่ผ่านความร้อนหลาย ๆ ชนิด นอกจากนี้ในเนื้อของทุเรียนยังมีสารประกอบซัลเฟอร์หรือกำมะถัน ซึ่งทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัวที่รุนแรง

6. ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด

แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้น ที่สามารถรับประทานได้ โดยสายพันธุ์ได้รับความนิยมและปลูกกันมากก็คือ พันธุ์หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และพันธุ์ก้านยาว เป็นต้น

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ กับเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้

7. เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง) การบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้

เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

8. “อย่ากินทุเรียนพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

สืบสาวกลับไปได้ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อรัมฟิออซกล่าวไว้ว่าไม่ควรดื่มเหล้าหลังจากรับประทานทุเรียน เพราะจะเป็นเหตุให้มีอาการท้องอืดและมีกลิ่นปาก

9. ชาวชวา เชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติกระตุ้นความต้องการทางเพศ (ความกำหนัด)

10. ในช่วงปี พ.ศ. 2463 มีบริษัทในนครนิวยอร์กได้ทำผลิตภัณฑ์จากผลทุเรียนเรียกว่า “Dur-India (เดอร์ อินเดีย)” เป็นอาหารเสริม

ขายอยู่ที่ราคา US$9 ต่อหนึ่งโหล แต่ละขวดบรรจุ 63 เม็ด แต่ละเม็ดประกอบไปด้วยทุเรียน พืชสกุลกระเทียมบางชนิดจากอินเดียและวิตามินอี บริษัทได้โฆษณาอาหารเสริมนี้ว่า “มันเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ”

11. ในประเทศไทย บางตำรากล่าวว่าทุเรียนเป็นต้นไม้ตามทิศที่ควรปลูกไว้ในบริเวณบ้าน

โดยให้ปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะคำว่า “ทุเรียน” มีเสียงพ้องเกี่ยวกับ “การเรียน” จึงหมายถึง “ความเป็นผู้คงแก่วิชาการเรียนรู้หรือเป็นผู้เรียนรู้มาก”

12. ในช่วงปี พ.ศ. 2503 ก็มีการพบทุเรียนแบบไร้หนามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหลายชนิดในป่าดาเวา

ประเทศฟิลิปปินส์ ผลที่ได้จากการเพาะเมล็ดจากทุเรียนที่ว่านี้ก็ไม่มีหนามด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุที่ตามปกติแล้วหนามทุเรียนพัฒนามาจากเกล็ดซึ่งในทุเรียนที่ไม่มีหนามก็จะเป็นเพียงเกล็ด ฉะนั้นจึงสามารถทำให้ผลิตทุเรียนไร้หนามได้โดยการขูดเกล็ดออกก่อนที่ผลจะโตเต็มที่

13. ทุเรียนพันธุ์หนึ่งเรียกว่า ทุเรียนแดง เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของรัฐ Sabah ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งมีแถบเดียวในโลกที่มีสายพันธุ์นี้อยู่ เนื้อของทุเรียนจะมีสีแดงมรกต สีเข้ม ต้นของมันจะสูงหลายสิบเมตร มีหนาวที่ยาว ผลสุกจะแตกคาต้น กลิ่นของเนื้อทุเรียนสีแดงจะไม่รุนแรงเหมือนทุเรียนทั่วไป กลิ่นคล้ายอัลมอนด์คั่ว

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ กับเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้

14. “ราชาแห่งผลไม้” ฉายานี้คาดว่าน่าจะมาจากรูปร่างที่น่ากลัวและกลิ่นที่รุนแรงของทุเรียน

หรืออาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผลที่เป็นหนามคล้ายมงกุฎของพระราชา และเนื้อในที่มีรสชาติอร่อยที่ยากจะหาผลไม้อื่นมาเทียบ ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุเรียนเป็นอาหารในชีวิตประจำวันและได้รับแสดงในสื่อที่สอดคล้องกับแนวคิดตามวัฒนธรรมที่มีในท้องถิ่น

15. ทุเรียนเป็นผลไม้ที่สัตว์ป่าหลายชนิดชื่นชอบ

บางเวลาทุเรียนยังแสดงถึงสัตว์ลึกลับในมุมมองของมนุษย์อย่างในตำนานของโอรัง มาวัส (Orang Mawas) ไอ้ตีนโตฉบับมาเลเซีย และฉบับสุมาตรา โอรัง เป็นเดาะก์ (Orang Pendek) ซึ่งทั้งคู่ถูกอ้างว่าชอบกินทุเรียน

16. ชาวมาเลเซียได้นำทุเรียนมาทำทุเรียนดองและทุเรียนแช่อิ่ม

เมื่อนำทุเรียนมาบดผสมกับเกลือ หัวหอม และน้ำส้มสายชู จะเรียกว่า โบเดร์ (boder)

17. การกินทุเรียน 4 – 6 เม็ด จะเทียบเท่าการดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง (พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี)

18. สำหรับคนท้องสามารถกินทุเรียนได้ เพราะทุเรียนมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย

ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อทารกในครรภ์ทั้งนั้น

19. ทุเรียนมีกำมะถันที่ออกฤทธิ์ร้อนแก่ร่างกาย ทำให้เป็นร้อนในได้ง่าย ๆ

20. ทุเรียนสายพันธุ์หลง – หลินเมืองลับแล จ.อุตรดิตภ์ เป็นทุเรียนที่อร่อยที่สุดในโลก

21. “สาริกา” 

คือ สุดยอดทุเรียนพื้นเมืองของภาคใต้ ว่ากันว่าเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดี ไม่แพ้พันธุ์ตลาดอย่างหมอนทอง ทุเรียนพันธุ์สาลิกา เป็นพันธุ์พื้นบ้านของบ้านปากพู่ ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา

22. ทุเรียน ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อ

เป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ถ่ายพยาธิ ช่วยเผาผลาญ และจะช่วยป้องกันและรักษา มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม

23. ทุเรียนในประเทศไทย พบหลักฐานว่า มีการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา

24. คนลาวและคนเขมร มีความเชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติให้ความร้อน

ทำให้เกิดเหงื่อออกมากกว่าปกติ และลดความร้อนนี้ ด้วยการให้รินน้ำใส่เปลือกทุเรียนที่กินเนื้อไปแล้ว และดื่มน้ำนั้น หรืออาจจะใส่เกลือลงไปในน้ำเล็กน้อยก็ได้ จะช่วยแก้อาการร้อนในจากการกินทุเรียน

25. เป็นหนึ่งผลไม้ที่…ในหลวงรัชกาลที่ 9 ชอบเสวย (กิน) เป็นอย่างมาก

รวม 10 กีฬายอดฮิตของไทย ที่ทุกคนต้องรู้!บทความเกี่ยวกับกีฬาวันนี้ จะพาเพื่อน ๆ ทุกท่านไปทำความรู้จักกับกีฬายอดฮิตของไทยที่ถือว่าไม่มีใครไม่รู้จักไม่ได้ หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่ากีฬาแต่ละชนิดเล่นอย่างไร แต่อาจจะไม่รู้ว่ามันเริ่มต้น

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : แนะนำ 8 น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ทุกคนห้ามพลาด!!